รวมเว็บประกาศฟรี เว็บบอร์ดโพสฟรี ฝากขายฟรี
หมวดหมู่ทั่วไป => ลงประกาศฟรี โพสโฆษณา ประชาสัมพันธ์ฟรี ประกาศขายของ => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 7 เมษายน 2026, 15:46:56 น.
-
การดูแลสายยางให้อาหารสายยางผู้ป่วย (https://dseelin.co.th/)
การดูแลสายยางให้อาหาร (Feeding Tube Care) เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อ การอุดตัน และการเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ครับ หากดูแลอย่างถูกต้อง สายยางจะสามารถใช้งานได้นานและผู้ป่วยจะปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนครับ
ผมสรุปแนวทางการดูแลแบ่งเป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้ครับ
1. การดูแลความสะอาด "จุดทางเข้า" ของสาย (Site Care)
ความสะอาดรอบๆ บริเวณที่ใส่สายยางคือด่านแรกในการป้องกันเชื้อโรคครับ
สายทางจมูก (NG Tube):
ทำความสะอาดรูจมูกและรอบปีกจมูกด้วยไม้พันสำลีชุบน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือวันละ 2 ครั้ง
เปลี่ยนพลาสเตอร์ติดจมูก ทุก 1-2 วัน หรือเมื่อเริ่มหลุดลอก เพื่อป้องกันความอับชื้นและแบคทีเรียสะสม
ขยับตำแหน่งสายเล็กน้อย: ขณะเปลี่ยนพลาสเตอร์ ให้หมุนหรือขยับสายขึ้นลงเล็กน้อยเพื่อป้องกันสายกดทับผนังจมูกจนเป็นแผล (Pressure Sore)
สายเจาะหน้าท้อง (PEG Tube):
ล้างแผลรอบรูเจาะด้วยน้ำเกลือ (Normal Saline) และเช็ดให้แห้งสนิท
สังเกตสัญญาณการติดเชื้อ เช่น ผิวหนังบวมแดง มีหนอง หรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
2. การป้องกัน "สายอุดตัน" (Preventing Clogs)
สายยางที่ตันอาจทำให้ต้องเปลี่ยนสายใหม่ ซึ่งสร้างความเจ็บปวดและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นครับ
ล้างสาย (Flush) ให้เป็นนิสัย: ต้องใช้น้ำต้มสุก 30-50 cc ล้างสายทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลัง ให้อาหารหรือยา
การให้ยา: บดยาให้ละเอียดที่สุดและละลายน้ำให้หมด ห้ามผสมยาลงในอาหารปั่นโดยตรง เพราะอาจทำให้สารอาหารจับตัวเป็นก้อนตันในสายได้
เทคนิค Push-Pause: ขณะล้างสาย ให้กดกระบอกฉีดเป็นจังหวะสั้นๆ เพื่อให้เกิดแรงกระแทกของน้ำช่วยชะล้างคราบอาหารที่เกาะผนังสายได้ดีขึ้นครับ
3. การตรวจสอบ "ตำแหน่งสาย" (Tube Positioning)
สายยางอาจเลื่อนหลุดจากการดึงรั้ง การไอ หรือการขยับตัวของผู้ป่วย
เช็กขีดเครื่องหมาย: สังเกตตัวเลขหรือขีดเครื่องหมายบนสายยางที่พ้นออกมาจากจมูกว่ายังอยู่ที่ตำแหน่งเดิมหรือไม่ (ควรจดบันทึกเลขที่พยาบาลระบุไว้)
ทดสอบก่อนใช้งาน: ก่อนให้อาหารทุกมื้อ ให้ใช้กระบอกฉีดดึงดูน้ำย่อย (Aspirate) เพื่อยืนยันว่าปลายสายยังอยู่ในกระเพาะอาหาร
ห้ามดันสายกลับเอง: หากพบว่าสายเลื่อนออกมามาก ห้ามดันสายกลับเข้าไปเด็ดขาด เพราะสายอาจขดหรือหลุดเข้าหลอดลม ให้รีบไปพบแพทย์หรือพยาบาลเพื่อใส่ใหม่ครับ
4. การจัดท่าทางและการสังเกตอาการ (Positioning & Monitoring)
ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน: ขณะให้อาหารและหลังอาหาร 1 ชั่วโมง ต้องยกหัวเตียงสูง 30-45 องศา เสมอ เพื่อป้องกันกรดไหลย้อนและการสำลัก
ดูแลช่องปาก: แม้ไม่ได้ทานอาหารทางปาก แต่แบคทีเรียในน้ำลายยังเจริญเติบโตได้ ควรแปรงฟันหรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดลิ้นและกระพุ้งแก้มวันละ 2 ครั้ง เพื่อป้องกันปอดอักเสบจากการติดเชื้อในช่องปากครับ
📊 ตารางเช็ก: เมื่อไหร่ที่ควรเปลี่ยนสายยาง?
ประเภทสาย ระยะเวลาเปลี่ยนโดยประมาณ สัญญาณที่ควรเปลี่ยนก่อนกำหนด
สายยาง PVC (สีใส/ขาว) ทุก 7 - 14 วัน สายแข็งกระด้าง, มีเชื้อราดำในสาย, สายแตก
สายซิลิโคน (สีขุ่น) ทุก 1 - 3 เดือน สายชำรุด, วาล์วปิดไม่อยู่, ตันจนแก้ไม่ได้
สายเจาะหน้าท้อง (PEG) ทุก 6 - 12 เดือน ตามดุลพินิจของแพทย์
⚠️ สัญญาณเตือนอันตราย (รีบพบแพทย์)
ผู้ป่วยไออย่างรุนแรง หน้าเขียว หรือหอบเหนื่อยขณะให้อาหาร
สายยางหลุดออกมาทั้งหมด
มีเลือดสดๆ ออกมาทางสายยางหรือแผลรอบรูเจาะหน้าท้อง